ปิดหน้าต่างนี้ [X] 
การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน
ReadyPlanet.com
dot dot
dot
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบ่อ
dot
รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์
dot
ติดต่ออบต.หนองบ่อ
dot
dot
โครงสร้างผู้บริหาร อบต.หนองบ่อ จ.สุพรรณบุรี
dot
dot
โครงสร้างส่วนราชการ อบต.หนองบ่อ จ.สุพรรณบุรี
dot
dot
ข้อมูลทั่วไป  อบต.หนองบ่อ จ.สุพรรณบุรี
dot


การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน article

 

การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน

 

 
 
 
 
 
 
 

ความหมายของการอนุรักษ์พลังงาน

 

คือการผลิตและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัด การอนุรักษ์พลังงานนอกจากจะช่วยลดปริมาณการใช้พลังงาน ซึ่งเป็นการประหยัด ค่าใช้จ่ายในกิจการแล้ว ยังจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากแหล่งที่ใช้และผลิตพลังงานด้วย

การอนุรักษ์พลังงานคืออะไร

การอนุรักษ์พลังงาน เป็นวัตถุประสงค์หลักภายใต้พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 ที่กำหนดให้กลุ่มเป้าหมายคือ อาคารควบคุมและโรงงานควบคุม ต้องจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ข้อมูล บุคลากร แผนงาน เป็นต้น เพื่อนำไปสู่การอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายและกิจกรรมการอนุรักษ์พลังงานนี้ยังใช้เป็นกรอบและแนวทางปฎิบัติในการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ดียิ่งขึ้น 
การดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ท่านจะได้รับความช่วยเหลือตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในหลายเรื่องด้วยกันคือ : 
1. เงินช่วยเหลือเงินอุดหนุนสำหรับการกำหนดเป้าหมายและ แผนการอนุรักษ์พลังงานของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุม 
2. เงินช่วยเหลือให้เปล่าไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น (หากต้องการ) 
3. เงินอุดหนุนจำนวนร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายในการจัดทำเป้าหมายและ แผนอนุรักษ์พลังงาน (รวมค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียด) แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (หากต้องการ) 
4. เงินช่วยเหลือให้เปล่าไม่เกิน 2,000,000 บาท สำหรับเจ้าของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุม ที่ประสงค์จะปรับปรุงการออกแบบก่อสร้างโรงงานและอาคารที่อยู่ระหว่างการออกแบบหรือก่อสร้าง ทั้งนี้เพื่อให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ามาตรฐานการอนุรักษพลังงานที่กำหนดไว้ 
5. เงินอุดหนุนสำหรับการลงทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมที่ได้รับความเห็นชอบจากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน (หากต้องการ) 
6. สามารถเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์พลังงาน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

 

ใครบ้างที่ต้องดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน

ผู้ที่จะอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้และมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 นั้น จะถูกเรียกว่า "อาคารควบคุม" หรือ "โรงงานควบคุม" แล้วแต่กรณี โดยจะเน้นไปที่อาคารและโรงงานที่มีการใช้พลังงานในปริมาณที่มากและมีศักยภาพในการอนุรักษ์พลังงาน โดยจะประกาศออกมาเป็นพระราชกฤษฎีกากำหนดอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมมาใช้บังคับ 
อาคารหรือโรงงานจะเข้าข่ายเป็นอาคารควบคุมหรือโรงงานควบคุมนั้น จะต้องมีลักษณะการใช้พลังงานอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

1. ได้รับอนุมัติจากผู้จำหน่ายไฟฟ้าให้ใช้เครื่องวัดไฟฟ้าตั้งแต่ 1,000 กิโลวัตตขึ้นไปหรือติดตั้งหม้อแปลงตัวเดียวหรือหลายตัวรวมกันมี ขนาดตั้งแต่ 1,175 กิโลโวลท์แอมแปร์ขึ้นไป หรือ

2.มีการใช้พลังงานไฟฟ้าความร้อน จากไอน้ำหรือพลังงานสิ้นเปลืองอย่าง ใดอย่างหนึ่งหรือรวมกันตั้งแต่วันที่1 มกราคมถึงวันที31ธันวาคมของปี ที่ผ่านมามีปริมาณพลังงานเทียบเท่าพลังงานงานไฟฟ้าตั้งแต่ 20 ล้าน เมกะ จูนขึ้นไป

พระราชกฤษฎีกากำหนดอาคาร ควบคุมหรือโรงงานควบคุมนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว120วันอาคารหรือโรงงานใดที่มีการใช้พลังงานดังกล่าวข้างต้นจะต้อง เริ่มดำเนินการอนุรักษ์พลังงานตามที่กฏหมายกำหนดไว้ โดยต้องดำเนินการตามรายละเอียดใน หัวข้อ เรื่องการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายต้องทำอะไรบ้าง 
"อาคาร" หมายความว่า อาคารตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร 
"เจ้าของอาคาร" หมายความรวมถึง บุคคลอื่นซึ่งครอบครองอาคารด้วย 
"โรงงาน" หมายความว่า โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน 
"เจ้าของโรงงาน" หมายความรวมถึง ผู้รับผิดชอบในการบริหารโรงงานด้วย

การอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายต้องทำอะไรบ้าง

พระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ.2535 ได้กำหนดให้ผู้ที่เจ้าของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุม มีหน้าที่ดำเนินการอนุรักษ์พลังงานในเรื่องดังต่อไปนี้ 
1. จัดให้มีผู้รับผิดชอบด้านพลังงานอย่างน้อย 1 คน ประจำ ณ อาคาร ควบคุมและโรงงานควบคุมแต่ละแห่ง 
2. ดำเนินการอนุรักษ์พลังงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ 
3. ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน ให้แก่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน 
4. บันทึกข้อมูลการใช้พลังงาน การติดตั้งหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ที่มีผลต่อการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน 
5. กำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานส่งให้กรมพัฒนาและ ส่งเสริมพลังงาน 
6. ตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผน การอนุรักษ์พลังงาน 

 

การกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน

1.เจ้าของอาคารควบคุมหรือโรงงานควบคุมต้องนำผลการตรวจสอบและ วิเคราะห์การใช้พลังงานโดยะเอียด มาจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์ พลังงานโดยต้องคำนึกถึงมาตรฐาน การอนุรักษ์พลังงานที่กำหนด ไว้ในกฎหมาย 
2.เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานต้องส่งให้ กรมพัฒนาและ ส่ง เสริมพลังงานให้ความเห็นชอบทุก ๆ 3 เดือน 
3.ในครั้งแรกที่กฎกระทรวงเรื่อง การกำหนดเป้าหมายแลแผนอนุรักษ พลังงานมีผลใช้บังคับต้องส่งเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงานภายใน 6 เดือนหลังจากส่งรายงานการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน โดยละเอียดแล้ว 
4.การจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานต้องวดำเนินการโดย ที่ปรึกษาด้านอนุรักษ์พลังงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับกรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงาน 
เป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานที่กรมพัฒนาและส่งเสริมเห็นชอบแล้ว จะได้รับเงินอุดหนุนจำนวนร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับเจ้าของอาคารควบคุมหรือที่ปรึกษา

การตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น

ข้อกำหนดที่ควรทราบ 1. เจ้าของอาคารหรือโรงงานควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจสอบและ วิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้นและจัดทำรายงานส่งให้กรมพัฒนา และส่งเสริมพลังงานทุก ๆ 3 ปี 
2.ในครั้งแรกที่กฎกระทรวงเรื่อง การกำหนดเป้าหมายแลแผนอนุรักษ์ พลังงาน มีผลใช้บังคับต้องส่งรายงานภายใน 6 เดือน 
3.การตรวจสอบแลแะวิเคราะห์รวมทั้งการจัดทำรายงานดังกล่าวต้อง ดำเนินการโดยที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงาน ที่ได้รับการขึ้น ทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานเท่านั้น 
ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. คัดเลือกที่ปรึกษา ด้านอนุรักษ์พลังงานที่จะมาดำเนินการจากบัญชีราย ชื่อที่กรมพัฒนาส่งเสริมพลังงานประกาศและแจ้งชื่อของที่ปรึกษาให้ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานทราบ 
2.ยืนแบบรายละเอียด ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการว่างจ้างที่ ปรึกษาด้านอนุรักษ์พลังงานที่จะมาดำเนินการต่อสำนักกำกับและ อนุรักษ์พลังงาน(หากต้องการ) 
3.กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานอนุมัติเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการ ว่าจ้างให้โดยเร็ว 
4.เสนอรายงานต่อกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานตามระยะเวลาที่ กำหนด 
รายงานที่ได้จัดทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จะได้รับการสนับสนุนเงินเปล่าไม่เกิน 100,000 บาท การจ่ายเงินจ่ายโดยตรงให้กับเจ้าของอาคารควบคุมหรือโรงงาควบคุมหรือที่ปรึกษา

การตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียด

ข้อกำหนด 1.เจ้าของอาคารควบคุมหรือโรงงานควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจสอบและ 
วิเคราะห์การใช้พลังงานโดยะเอียด ในอาคารควบคุมหรือโรงงานควบ 
คุม และจัดทำรายงานส่งให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ทุก ๆ 3 เดือน 
2.ในครั้งแรกที่กฎกระทรวง เรื่อง การกำหนดเป้าหมายและแผน อนุรักษ์พลังงาน มีผลใช้บังคับต้องส่งรายงานดังกล่าวภายใน 6 เดือน หลังจากส่งรายงานตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น แล้ว 
3.การตรวจสอบและวิเคราะห์รวมทั้งการจัดทำรายงานดังกล่าวต้อง ดำเนินการโดยที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานที่ได้รับการขึ้น ทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานเท่านั้น 
ขั้นตอนการดำเนินงาน 1.คัดเลือกที่ปรึกษา ด้านอนุรักษ์พลังงานที่จะมาดำเนินการจากบัญชีราย ชื่อที่กรมพัฒนาส่งเสริมพลังงานประกาศและแจ้งชื่อของที่ปรึกษาให้ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานทราบ 
2.ยืนแบบรายละเอียด ขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการว่างจ้าง ที่ปรึกษาด้านอนุรักษ์พลังงานที่จะมาดำเนินการต่อสำนักกำกับและ อนุรักษ์พลังงาน(หากต้องการ) 
3.กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานอนุมัติเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการว่า จ้างให้โดยเร็ว 
4.เสนอรายงานต่อกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานตามระยะเวลาที่ กำหนด 
กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยลัเอียดที่เกิดจากการว่าจ้างที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานรวมไปกับค่าใช้จ่ายในการจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน

ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

1.บำรุงรักษาและตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ใช้ พลังงาน เป็นประจำ 
2.รับรองความถูกต้องของรายงานการใช้พลังงานและการอนุรักษ์ พลังงาน ที่ต้อง ส่งกรมกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน 
3.ช่วยเจ้าของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมจัดเป้าหมายและแผน อนุรักษ์พลังงาน 
4.รับรองความถูกต้องของผลการตรวจสอบการปฎิบัติตามเป้าหมายและ แผนอนุรักษ์พลังงาน 
คุณสมบัติที่ใช้เลือกผู้รับผิดชอบด้านพลังงาน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) 
1.สำเร็จการฝึกอบรมด้านการอนุรักษ์พลังงานที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม จัดขึ้นหรือให้ความเห็นชอบ 
2.สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงมีประสบการณ์ทำ งานในอาคารหรือโรงงานแล้วแต่กรณีอย่างน้อย 3 ปี และมีผลงานด้าน การอนุรักษ์พลังงานตามการรับรองของเจ้าของอาคารควบคุมและ โรงงานควบคุมแล้วแต่กรณี 
3.สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางวิศวกรรมศาสตร์หรือวิทยา ศาสตร์มีผลงานการอนุรักษ์พลังงานตามการรับรองของเจ้าของอาคาร ควบคุมหรือโรงงานควบคุมแล้วแต่กรณี

ข้อแนะนำ

สำหรับผู้รับผิดของด้านพลังงานที่เลือกจากคุณสมบัติในข้อ 2 หรือ 3 ควรจะเข้ารับ การฝึกอบรมหลักสูตรการอนุรักษ์พลังงานที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานจัดขึ้น เพื่อจะได้มีทักษะและความเข้าใจในวิธีการอนุรักษ์พลังงานในแง่มุมต่างๆ ที่จะนำมาใช้ในอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

"เจ้าของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมต้องแจ้งชื่อผู้รับผิดชอบด้านพลังงานให้ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานทราบภายใน 180 วัน นับจากวันที่เป็นอาคารควบ คุมหรือโรงงานควบคุม"

การรายงานการใช้พลังงาน

ข้อกำหนดที่ควรทราบ 
1. ส่งข้อมูลการใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน ให้กรมพัฒนาและส่ง เสริมพลังงานทุก ๆ 6 เดือน 
2. บันทึกข้อมูลการใช้พลังงาน การติดตั้งเครื่องจักร ฯ ที่มีผลต่อการใช้ พลังงานและการอนุรักษ์พลังงานเป็นประจำทุกเดือน และเก็บข้อมูล เหล่านี้ไว้ประจำที่อาคารควบคุมอย่างน้อย 5 ปี 
เนื้อหาการส่งข้อมูลมีอะไรบ้าง 
1. ข้อมูลทั่วไปของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุม ซึ่งได้แก่ สถานที่ตั้ง ระยะเวลาการทำงาน ประเภท/กิจการของอาคารและโรงงาน เป็นต้น 
2. ข้อมูลการใช้ประโยชน์ในอาคารควบคุม เช่น ในโรงแรม ระบุจำนวน ของห้องพักที่จำหน่ายในแต่ละเดือน หรือข้อมูลการผลิตสำหรับโรงงาน ควบคุมในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาเป็นต้น 
3. ข้อมูลการใช้พลังงานทุกประเภทที่ใช้ในอาคารและโรงงานควบคุม ใน ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา 
4. ข้อมูลการอนุรักษ์พลังงานที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ถ้ามี) 
เนื้อหาการบันทึกข้อมูลมีอะไรบ้าง 
1. ข้อมูลทั่วไปทั่วของอาคารและโรงงาน 
2. ข้อมูลลักษณะอาคาร เช่น พื้นที่ใช้ประโยชน์ หรือข้อมูลการผลิตในโรง งาน เป็นต้น 
3. ข้อมูลการใช้พลังงานรายเดือน 
4. ข้อมูลการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเครื่องจักร อุปกรณ์หลัก ๆ ที่มีผลต่อ การใช้พลังงานและการอนุรักษ์พลังงาน

ข้อมูลที่เป็นรายเดือนจะนำมาสรุปทุก ๆ 6 เดือน เพื่อส่งให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานแบบฟอร์มสำหรับการส่งข้อมูลและการบันทึกข้อมูล กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานได้จัดเตรียมให้เรียบร้อยขอได้จากสำนักกำกับและอนุรักษ์พลังงานได่ทุกวันในเวลาราชการ ผู้รับผิดชอบด้านพลังงานต้องลงชื่อรับรองความถูกต้องของข้อมูล ก่อนที่จะส่งให้กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานและควบคุมดูแลการบันทึกข้อมูลรายเดือน รวมทั้งรับรองความถูกต้องของการบันทึกข้อมูลนั้น ๆ ด้วย

การปฏิบัติตามแผนอนุรักษ์พลังงาน

ข้อกำหนด 
1. ปฏิบัติตามแผนอนุรักษ์พลังงานจะดำเนินการได้เมื่อกรมพัฒนาและ ส่งเสริมพลังงานได้ตรวจสอบความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิคและการ ลงทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานและให้ความเห็นชอบกับแผนนั้นแล้ว 
2. แผนอนุรักษพลังงานจะได้รับสนับสนุนทางการเงินจากกองทุนเพื่อ การอนุรักษ์พลังงาน(หากต้องการ) 
ความช่วยเหลือทางการเงิน 
1. การสนับสนุนทางการเงิน อาจอยู่ในรูปของเงินเปล่าเพื่ออุดหนุนภาระ ดอกเบี้ยในการลงทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน หากเป็นไปได้ตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ 
2. การเบิกเงินจะแบ่งเป็น 3 งวด คือ 
- ร้อยละ 30 เมื่อส่งคืนเครื่องจักร อุปกรณ์และวัสดุมาให้กับอาคารหรือ โรงงาน 
- ร้อยละ 40 เมื่อได้รับการติดตั้งเครื่องจักร ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 
- ร้อยละ 30 เมื่อได้รับผลการอนุรักษ์พลังงานเป็นไปตามแผน ฯ

การขอรับการสนับสนุนทางการเงิน

ในการดำเนินงานอนุรักษ์พลังงานในอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมตามกฎหมายกำหนดให้เจ้าของอาคารควบคุมและโรงงานควบคุมสามารถขอรับการสนับสนุนทางการเงินจาก
"กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน" ซึ่งได้ให้รายละเอียดไว้ในหัวข้อเรื่อง การอนุรักษ์พลังงานคืออะไร กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานได้จัดทำแบบฟอร์มขอรับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานตามกฎหมายไว้แล้วเช่นกัน

คำขอรับการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการดำเนินงานอนุรักษ์พลังงานดังต่อไปนี้ 
1.การตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น ต้องดำเนินการ โดยที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาและ ส่งเสริมพลังงานเท่านั้น สำหรับวิธีการตรวจสอบ วิเคราะห์และการจัด ทำรายงานต้องเป็นไปตามรายละเอียดที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวง เรื่อง การกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน และประกาศกระ ทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เรื่อง วิธีการจัดทำ รายงานการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน ทั้งนี้เพื่อให้ การตรวจสอบ วิเคราะหและการจัดทำรายงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน 
2.การตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียดและ การกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน ต้องดำเนินการเช่น เดียวกับการอนุรักษ์พลังงาน 
3.การสนับสนุนการลงทุนตามแผนอนุรักษ์พลังงานต้องเป็นไปตามหลัก เกณฑ์และข้อกำหนดของคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริม การอนุ รักษ์พลังงานรายงานการตรวจวิเคราะห์และรายงานการกำหนดเป้า หมายและแผนอนุรักษ์พลังงานเมื่อได้รับความเห็นชอบจากกรมพัฒ นาและส่งเสริมพลังงาน จะได้รับการสนับสนุนทางการเงิน 
โปรดระลึกเสมอว่า " คำขอรับการสนับสนุนทางการเงินจะต้องได้รับความเห็นชอบในหลักการ จากกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานก่อน "

 
 
 
 
 
 
 
วิธีประหยัดพลังงานอีกหนทางช่วยชาติ
 

ภาวะเศรษฐกิจของประเทศยังคงอยู่ในขั้นวิกฤติเราเป็นหนี้กองทุนการเงินระหว่างประเทศเกือบสองหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ประชาชนคนไทยทั้งหลายต่างก็มีความห่วงใยในประเทศชาติ มีความรักชาติที่เข้มข้น และอยากที่จะช่วยชาติ ซึ่งนับว่าเป็นความสามัคคีที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะจะเป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ในยามคับขันคนไทยพร้อมจะช่วยชาติ บ้างก็นำเงินดอลล่าร์มาบริจาค บ้างก็สละเงินทองทรัพย์สินส่วนตัว เพื่อให้รัฐบาลนำไปใช้หนี้ แต่ยังมีอีกวิธีที่ทุกๆคนสามารถช่วยชาติได้เช่นกัน นั่นก็คือ การลดการใช้พลังงานอย่างฉับพลันทันที ไม่ว่าจะเป็นการลดใช้น้ำมันลง ลดใช้ไฟฟ้าลง หรือลดใช้น้ำลงปัจจุบัน เราต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศถึงปีละเกือบสามแสนล้านบาท มากถึงหนึ่งในสามของหนี้ที่เรามีอยู่พลังงานที่เราใช้มากมายขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้พลังงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ใช้มากเกินความจำเป็น ขาดความเอาใจใส่ รอบคอบ ไม่ได้คิดก่อนใช้ ทำให้เกิดการรั่วไหล สูญเปล่าไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จริงๆ แล้ว หากเรารอบคอบกันสักนิดคิดก่อนใช้ เราจะประหยัดพลังงานลงได้อีกอย่างน้อยก็ร้อยละ 10  นั่นหมายถึง การประหยัดเงินที่ต้องใช้จ่ายออกไปนอกประเทศเกือบสามหมื่นล้านบาททีเดียว

รถ1 คัน

ปลายปี 2540 ประเทศไทย มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ทั้งหมด 2.1 ล้านคัน   รถยนต์แต่ละคัน ใช้น้ำมันเฉลี่ยวันละ 100 บาท  ถ้ารถทุกคันงดการใช้รถยนต์เหล่านี้สัปดาห์ละ 1 วัน จะสามารถประหยัดค่าน้ำมันได้
= 2.1 ล้านคัน x 100 บาท
= 210 ล้านบาท/สัปดาห์
= ประหยัดเงิน 10,920 ล้านบาท/ปี (210 ล้านบาท x 52 สัปดาห์)

ไฟ1 ดวง

ประเทศไทยมีครัวเรือนรวมประมาณ 12 ล้านครัวเรือน   หากแต่ละครอบครัวช่วยกันปิดไฟ 1 ดวง (หลอดไส้ 60 วัตต์) เป็นเวลา 1 วัน  เราจะประหยัดไฟได้ 4 ล้าน กิโลวัตต์-ชั่วโมง/วัน=(60 วัตต์ x 6 ชม* x 12 ล้านครัวเรือน) ค่าผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า 1 หน่วย (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) คือ 2.2 บาท (รวมค่าพลังงานที่ใช้ และการก่อสร้างโรงไฟฟ้า) การประหยัดไฟ 4 ล้านหน่วย/วัน จึงคิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 8.8 ล้านบาท/วัน หรือ 3,212 ล้านบาทต่อปี=(8.8 ล้านบาท x วัน) * ครอบครัวหนึ่งเปิดหลอดไส้ ประมาณ 6 ชั่วโมงต่อวัน

 น้ำ1 แก้ว

การลดการใช้น้ำคนละ 1 แก้ว/วัน ประเทศไทยจะสามารถประหยัดน้ำได้ 30,000 ตัน/วัน  = (0.5 ลิตร x 60 ล้านคน) หรือเท่ากับน้ำ 11,000 ล้านลิตร/ปี   เนื่องจากต้นทุนการผลิตน้ำประปาคือ 8.60* บาท/ลูกบาศก์เมตร   (หรือ 8.60 บาท/1,000 ลิตร)   การลดการใช้น้ำ 1 แก้วทุกวัน จะประหยัดเงินได้ 94.6 ล้านบาท/ปี   = (11 ล้านตัน x 8.6 บาท/หน่วย)
* ข้อมูลจาก กองเผยแพร่ การประปานครหลวง

 สูตรง่ายๆ อย่างนี้ หากพวกเราคนไทยทุกคนร่วมมือกัน เราจะช่วยชาติประหยัดเงินทองที่จะต้องใช้ซื้อหาพลังงานได้มหาศาล เป็นการกอบกู้เศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง เริ่มต้นปฏิบัติสูตรง่ายๆ ข้างต้นตั้งแต่วันนี้แล้วปฏิบัติให้เป็นนิสัยตลอดไป เพื่อเก็บรักษาพลังงานที่เหลือน้อย  เอาไว้ใช้นานๆ และเพื่อลดภาระของประเทศชาติในการจัดหาพลังงานมาให้พวกเราใช้กัน

หยัดพลังงานรูปแบบต่าง

 วิธีประหยัดน้ำมัน

1. ตรวจตราลมยางเป็นประจำ เพราะยางที่อ่อนเกินไปนั้น ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่ายางที่มีปริมาณลมยางตามที่มาตรฐานกำหนด

2. สับเปลี่ยนยาง ตรวจตั้งศูนย์ล้อตามกำหนด จะช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นอีกมาก

3. ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งเมื่อต้องจอดรถนานๆ แค่จอดรถติดเครื่องทิ้งไว้ 10 นาที ก็เสียน้ำมันฟรีๆ 200 ซีซี

4. ไม่ควรติดเครื่องทิ้งไว้เมื่อจอดรถ ให้ดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่ขึ้นของ ลงของ หรือคอยคน เพราะการติดเครื่องทิ้งไว้ เปลืองน้ำมันและสร้างมลพิษอีกด้วย

5. ไม่ออกรถกระชากดังเอี๊ยด การออกรถกระชาก 10 ครั้ง สูญเสียน้ำมันไปเปล่าๆ ถึง 100 ซีซี น้ำมันจำนวนนี้รถสามารถวิ่งได้ไกล  700 เมตร

6. ไม่เร่งเครื่องยนต์ตอนเกียร์ว่างอย่างที่เราเรียกกันติดปากว่าเบิ้ลเครื่องยนต์ การกระทำดังกล่าว 10 ครั้ง สูญเสียน้ำมันถึง 50 ซีซี ปริมาณน้ำมันขนาดนี้รถวิ่งไปได้ตั้ง 350 เมตร

7. ตรวจตั้งเครื่องยนต์ตามกำหนด ควรตรวจเช็คเครื่องยนต์สม่ำเสมอ เช่น ทำความสะอาดระบบไฟจุดระเบิด เปลี่ยนหัวคอนเดนเซอร์ ตั้งไฟแก่อ่อนให้พอดี จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ถึง 10%

8. ไม่ต้องอุ่นเครื่อง หากออกรถและขับช้าๆ สัก 1-2 กม. แรกเครื่องยนต์จะอุ่นเอง ไม่ต้องเปลืองน้ำมันไปกับการอุ่นเครื่อง

9. ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด เพราะเครื่องยนต์จะทำงานตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น หากบรรทุกหนักมาก จะทำให้เปลืองน้ำมันและสึกหรอสูง

10. ใช้ระบบการใช้รถร่วมกัน หรือคาร์พูล (Car pool) ไปไหนมาไหน ที่หมายเดียวกัน ทางผ่านหรือใกล้เคียงกัน ควรใช้รถคันเดียวกัน

11. เดินทางเท่าที่จำเป็นจริงๆ เพื่อประหยัดน้ำมัน บางครั้งเรื่องบางเรื่องอาจจะติดต่อกันทางโทรศัพท์ก็ได้ ประหยัดน้ำมันประหยัดเวลา

12. ไปซื้อของหรือไปธุระใกล้บ้านหรือใกล้ๆ ที่ทำงาน อาจจะเดินหรือใช้จักรยานบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้รถยนต์ทุกครั้ง เป็นการออกกำลังกายและประหยัดน้ำมันด้วย

13. ก่อนไปพบใคร ควรโทรศัพท์ไปถามก่อนว่าเขาอยู่หรือไม่ จะได้ไม่เสียเที่ยว ไม่เสียเวลา ไม่เสียน้ำมันไปโดยเปล่าประโยชน์

14. สอบถามเส้นทางที่จะไปให้แน่ชัด หรือศึกษาแผนที่ให้ดีจะได้ไม่หลง ไม่เสียเวลา ไม่เปลืองน้ำมันในการวนหา

15. ควรใช้โทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ อินเตอร์เน็ท หรือใช้บริการส่งเอกสาร แทนการเดินทางด้วยตัวเอง เพื่อประหยัดน้ำมัน

16. ไม่ควรเดินทางโดยไม่ได้วางแผนการเดินทาง ควรกำหนดเส้นทาง และช่วงเวลาการเดินทางที่เหมาะสมเพื่อประหยัดน้ำมัน

17. หมั่นศึกษาเส้นทางลัดเข้าไว้ ช่วยให้ไม่ต้องเดินทางยาวนานไม่ต้องเผชิญปัญหาจราจร ช่วยประหยัดทั้งเวลาและประหยัดน้ำมัน

18. ควรบับรถด้วยความเร็วคงที่ เลือกขับที่ความเร็ว 70-80  กิโลเมตรต่อชั่วโมงที่ 2,000-2,500 รอบเครื่องยนต์ ความเร็วระดับนี้ ประหยัดน้ำมันได้มากกว่า

19. ไม่ควรขับรถลากเกียร์ เพราการลากเกียร์ต่ำนานๆ จะทำให้เครื่องยนต์หมุนรอบสูงกินน้ำมันมาก และเครื่องยนต์ร้อนจัดสึกหรอง่าย

20. ไม่ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งที่จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นเช่น การทำให้เกิดการต้านลมขณะวิ่ง หรือทำให้เครื่องยนต์ ไม่สามารถถ่ายเทความร้อนได้ดี

21. ไม่ควรใช้น้ำมันเบนซินที่ออกเทนสูงเกินความจำเป็นของเครื่องยนต์ เพราะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานโดยเปล่าประโยชน์

22. หมั่นเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรองน้ำมันเครื่อง ไส้กรองอากาศตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อประหยัดน้ำมัน

23. สำหรับเครื่องยนต์แบบเบนซิน ควรเลือกเติมน้ำมันเบนซินให้ถูกชนิด ถูกประเภท โดยเลือกตามค่าออกเทนที่เหมาะสมกับรถแต่ละยี่ห้อ (สังเกตจากฝาปิดถังน้ำมันด้านใน หรือรับคู่มือที่ปั้มน้ำมันใกล้บ้าน

24. ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศตลอดเวลา ยามเช้าๆ  เปิดกระจกรับความเย็นจากลมธรรมชาติบ้างก็สดชื่นดี ประหยัดน้ำมันได้ด้วย

25. ไม่ควรเร่งเครื่องปรับอากาศในรถอย่างเต็มที่จนเกินความจำเป็นไม่เปิดแอร์แรงๆ จนรู้สึกหนาวเกินไป เพราะสิ้นเปลืองพลังงาน

วิธีประหยัดไฟฟ้า

26. ปิดสวิตช์ไฟ และเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อเลิกใช้งาน สร้างให้เป็นนิสัยในการดับไฟทุกครั้งที่ออกจากห้อง

27. เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน ดูฉลากแสดงประสิทธิภาพให้แน่ใจทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อ หากมีอุปกรณ์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ต้องเลือกใช้เบอร์ 5

28. ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่จะไม่อยู่ในห้องเกิน 1 ชั่วโมง  สำหรับเครื่องปรับอากาศทั่วไป และ 30 นาที สำหรับเครื่องปรับอากาศเบอร์ 5

29. หมั่นทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศบ่อยๆ เพื่อลดการเปลืองไฟในการทำงานของเครื่องปรับอากาศ

30. ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 25 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่กำลังสบาย อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศา ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10

31. ไม่ควรปล่อยให้มีความเย็นรั่วไหลจากห้องที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ตรวจสอบและอุดรอยรั่วตามผนัง ฝ้าเพดาน ประตูช่องแสง และปิดประตูห้องทุกครั้งที่เปิดเครื่องปรับอากาศ

32. ลดและหลีกเลี่ยงการเก็บเอกสาร หรือวัสดุอื่นใดที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ เพื่อลดการสูญเสีย และใช้พลังงานในการปรับอากาศภายในอาคาร

33. ติดตั้งฉนวนกันความร้อนโดยรอบห้องที่มีการปรับอากาศเพื่อลดการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าภายในอาคาร

34. ใช้มูลี่กันสาดป้องกันแสงแดดส่องกระทบตัวอาคาร และบุฉนวนกันความร้อนตามหลังคาและฝาผนังเพื่อไม่ให้เครื่องปรับอากาศทำงานหนักเกินไป

35. หลีกเลี่ยงการสูญเสียพลังงานจากการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่ห้องปรับอากาศ ติดตั้งและใช้อุปกรณ์ควบคุมการเปิด-ปิดประตูในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ

36. ควรปลูกต้นไม้รอบๆ อาคาร เพราะต้นไม้ขนาดใหญ่ 1 ต้น ให้ความเย็นเท่ากับเครื่องปรับอากาศ 1 ตัน หรือให้ความเย็นประมาณ 12,000 บีทียู

37. ควรปลูกต้นไม้เพื่อช่วยบังแดดข้างบ้านหรือเหนือหลังคา เพื่อเครื่องปรับอากาศจะไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

38. ปลูกพืชคลุมดิน เพื่อช่วยลดความร้อนและเพิ่มความชื้นให้กับดิน จะทำให้บ้านเย็น ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นจนเกินไป

39. ในสำนักงาน ให้ปิดไฟ ปิดเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ในช่วงเวลา 12.00-13.00 น. จะสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้

40. ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเริ่มงาน และควรปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเวลาเลิกใช้งานเล็กน้อย เพื่อประหยัดไฟ

41. เลือกซื้อพัดลมที่มีเครื่องหมายมาตรฐานรับรอง เพราะพัดลมที่ไม่ได้คุณภาพ มักเสียง่าย ทำให้สิ้นเปลือง

42. หากอากาศไม่ร้อนเกินไป ควรเปิดพัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ จะช่วยประหยัดไฟ ประหยัดเงินได้มากทีเดียว

43. ใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน ใช้หลอดผอมจอมประหยัดแทนหลอดอ้วน ใช้หลอดตะเกียบแทนหลอดไส้ หรือใช้หลอดคอมแพคท์ฟลูออเรสเซนต์

44. ควรใช้บัลลาสต์ประหยัดไฟ หรือบัลลาสต์อิเล็กโทรนิกคู่กับหลอดผอมจอมประหยัด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดไฟได้อีกมาก

45. ควรใช้โคมไฟแบบมีแผ่นสะท้อนแสงในห้องต่างๆ เพื่อช่วยให้แสงสว่างจากหลอดไฟ กระจายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้หลอดไฟฟ้าวัตต์สูง ช่วยประหยัดพลังงาน

46. หมั่นทำความสะอาดหลอดไฟที่บ้าน เพราะจะช่วยเพิ่มแสงสว่างโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ควรทำอย่างน้อย 4 ครั้งต่อปี

47. ใช้หลอดไฟที่มีวัตต์ต่ำ สำหรับบริเวณที่จำเป็นต้องเปิดทิ้งไว้ทั้งคืน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือข้างนอก เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า

48. ควรตั้งโคมไฟที่โต๊ะทำงาน หรือติดตั้งไฟเฉพาะจุด แทนการเปิดไฟทั้งห้องเพื่อทำงาน จะประหยัดไฟลงไปได้มาก

49. ควรใช้สีอ่อนตกแต่งอาคาร ทาผนังนอกอาคารเพื่อการสะท้อนแสงที่ดี และทาภายในอาคารเพื่อทำให้ห้องสว่างได้มากกว่า

50. ใช้แสงสว่างจากธรรมชาติให้มากที่สุด เช่น ติดตั้งกระจกหรือติดฟิล์มที่มีคุณสมบัติป้องกันความร้อน แต่ยอมให้แสงผ่านเข้าได้เพื่อลดการใช้พลังงานเพื่อแสงสว่างภายในอาคาร

51. ถอดหลอดไฟออกครึ่งหนึ่งในบริเวณที่มีความต้องการใช้แสงสว่างน้อย หรือบริเวณที่มีแสงสว่างพอเพียงแล้ว

52. ปิดตู้เย็นให้สนิท ทำความสะอาดภายในตู้เย็น และแผ่นระบายความร้อนหลังตู้เย็นสม่ำเสมอ เพื่อให้ตู้เย็นไม่ต้องทำงานหนักและเปลืองไฟ

53. อย่าเปิดตู้เย็นบ่อย อย่านำของร้อนเข้าแช่ในตู้เย็น เพราะจะทำให้ตู้เย็นทำงานเพิ่มขึ้น กินไฟมากขึ้น

54. ตรวจสอบขอบยางประตูของตู้เย็นไม่ให้เสื่อมสภาพ เพราะจะทำให้ความเย็นรั่วออกมาได้ ทำให้สิ้นเปลืองไฟมากกว่าที่จำเป็น

55. เลือกขนาดตู้เย็นให้เหมาะสมกับขนาดครอบครัว อย่าใช้ตู้เย็นใหญ่เกินความจำเป็นเพราะกินไฟมากเกินไป และควรตั้งตู้เย็นไว้ห่างจากผนังบ้าน 15 ซม.

56. ควรละลายน้ำแข็งในตู้เย็นสม่ำเสมอ การปล่อยให้น้ำแข็งจับหนาเกินไป จะทำให้เครื่องต้องทำงานหนัก ทำให้กินไฟมาก

57. เลือกซื้อตู้เย็นประตูเดียว เนื่องจากตู้เย็น 2 ประตู จะกินไฟมากกว่าตู้เย็นประตูเดียวที่มีขนาดเท่ากัน เพราะต้องใช้ท่อน้ำยาทำความเย็นที่ยาวกว่า และใช้คอมเพรสเซอร์ขนาดใหญ่กว่า

58. ควรตั้งสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิของตู้เย็นให้เหมาะสม การตั้งที่ตัวเลขต่ำเกินไป อุณหภูมิจะเย็นน้อย ถ้าตั้งที่ตัวเลขสูงเกินไปจะเย็นมากเพื่อให้ประหยัดพลังงานควรตั้งที่เลขต่ำที่มีอุณหภูมิพอเหมาะ

59. ไม่ควรพรมน้ำจนแฉะเวลารีดผ้า เพราะต้องใช้ความร้อนในการรีดมากขึ้น เสียพลังงานมากขึ้น เสียค่าไฟเพิ่มขึ้น

60. ดึงปลั๊กออกก่อนการรีดเสื้อผ้าเสร็จ เพราะความร้อนที่เหลือในเตารีด ยังสามารถรีดต่อได้จนกระทั่งเสร็จ ช่วยประหยัดไฟฟ้า

61. เสียบปลั๊กครั้งเดียว ต้องรีดเสื้อให้เสร็จ ไม่ควรเสียบและถอดปลั๊กเตารีดบ่อยๆ เพราะการทำให้เตารีดร้อนแต่ละครั้งกินไฟมาก

62. ลด ละ เลี่ยง การใส่เสื้อสูท เพราะไม่เหมาะสมกับสภาพอากาศเมืองร้อน สิ้นเปลืองการตัด ซัก รีด และความจำเป็นในการเปิดเครื่องปรับอากาศ

63. ซักผ้าด้วยเครื่อง ควรใส่ผ้าให้เต็มกำลังของเครื่อง เพราะซัก1 ตัวกับซัก 20 ตัว ก็ต้องใช้น้ำในปริมาณเท่าๆ กัน

64. ไม่ควรอบผ้าด้วยเครื่อง เมื่อใช้เครื่องซักผ้า เพราะเปลืองไฟมาก ควรตากเสื้อผ้ากับแสงแดดหรือแสงธรรมชาติจะดีกว่า ทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า

65. ปิดโทรทัศน์ทันทีเมื่อไม่มีคนดู เพราะการเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีคนดู เป็นการสิ้นเปลืองไฟฟ้าโดยใช่เหตุ แถมยังต้องซ่อมเร็วอีกด้วย

66. ไม่ควรปรับจอโทรทัศน์ให้สว่างเกินไป และอย่าเปิดโทรทัศน์ให้เสียงดังเกินความจำเป็น เพราเปลืองไฟ ทำให้อายุเครื่องสั้นลงด้วย

67. อยู่บ้านเดียวกัน ดูโทรทัศน์รายการเดียวกัน ก็ควรจะดู
เครื่องเดียวกัน ไม่ใช่ดูคนละเครื่อง คนละห้อง เพราะจะทำให้
สิ้นเปลืองพลังงาน

68. เช็ดผมให้แห้งก่อนเป่าผมทุกครั้ง ใช้เครื่องเป่าผมสำหรับแต่งทรงผม ไม่ควรใช้ทำให้ผมแห้ง เพราะต้องเป่านาน เปลืองไฟฟ้า

69. ใช้เตาแก๊สหุงต้มอาหาร ประหยัดกว่าใช้เตาไฟฟ้า เตาอบไฟฟ้าและควรติดตั้งวาล์วนิรภัย (Safety Value) เพื่อความปลอดภัยด้วย

70. เวลาหุงต้มอาหารด้วยเตาไฟฟ้า ควรจะปิดเตาก่อนอาหารสุก5 นาที เพราะความร้อนที่เตาจะร้อนต่ออีกอย่างน้อย 5 นาที  เพียงพอที่จะทำให้อาหารสุกได้

71. อย่าเสียบปลั๊กหม้อหุงข้าวไว้ เพราะระบบอุ่นจะทำงานตลอดเวลา ทำให้สิ้นเปลืองไฟเกินความจำเป็น

72. กาต้มน้ำไฟฟ้า ต้องดึงปลั๊กออกทันทีเมื่อน้ำเดือด อย่าเสียบไฟไว้เมื่อไม่มีคนอยู่ เพราะนอกจากจะไม่ประหยัดพลังงานแล้วยังอาจทำให้เกิดไฟไหม้ได้

73. แยกสวิตช์ไฟออกจากกัน ให้สามารถเปิดปิดได้เฉพาะจุด ไม่ใช้ปุ่มเดียวเปิดปิดทั้งชั้น ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองและสูญเปล่า

74. หลีกเลี่ยงการติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่ต้องมีการปล่อยความร้อน เช่น กาต้มน้ำ หม้อหุงต้ม ไว้ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ

75. ซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ และหมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอ จะทำให้ลดการสิ้นเปลืองไฟได้

76. อย่าเปิดคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้ถ้าไม่ใช้งาน ติดตั้งระบบลดกระแสไฟฟ้าเข้าเครื่องเมื่อพักการทำงาน จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 35-40  และถ้าหากปิดหน้าจอทันทีเมื่อไม่ใช้งาน จะประหยัดไฟได้ร้อยละ 60

77. ดูสัญลักษณ์ Energy Star ก่อนเลือกซื้ออุปกรณ์สำนักงาน (เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องโทรสาร เครื่องพิมพ์ดีดไฟฟ้าเครื่องถ่ายเอกสาร ฯลฯ) ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงาน ลดการใช้กำลังไฟฟ้า เพราะจะมีระบบประหยัดไฟฟ้าอัตโนมัติ

วิธีประหยัดน้ำ

78. ใช้น้ำอย่างประหยัด หมั่นตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำ เพื่อลดการสูญเสียน้ำอย่างเปล่าประโยชน์

79. ไม่ควรปล่อยให้น้ำไหลตลอดเวลาตอนล้างหน้า แปรงฟัน โกนหนวด และถูสบู่ตอนอาบน้ำ เพราะจะสูญน้ำไปโดยเปล่าประโยชน์ นาทีละหลายๆ ลิตร

80. ใช้สบู่เหลวแทนสบู่ก้อนเวลาล้างมือ เพราะการใช้สบู่ก้อนล้างมือจะใช้เวลามากกว่าการใช้สบู่เหลว และการใช้สบู่เหลวที่ไม่เข้มข้น จะใช้น้ำน้อยกว่าการล้างมือด้วยสบู่เหลวเข้มข้น

81. ซักผ้าด้วยมือ ควรรองน้ำใส่กาละมังแค่พอใช้ อย่าเปิดน้ำไหลทิ้งไว้ตลอดเวลาซัก เพราะสิ้นเปลืองกว่าการซักโดยวิธีการขังน้ำไว้ในกาละมัง

82. ใช้ Sprinkler หรือฝักบัวรดน้ำต้นไม้แทนการฉีดน้ำด้วยสายยาง จะประหยัดน้ำได้มากกว่า

83. ไม่ควรใช้สายยางและเปิดน้ำไหลตลอดเวลาในขณะที่ล้างรถเพราะจะใช้น้ำมากถึง 400 ลิตร แต่ถ้าล้างด้วยน้ำและฟองน้ำในกระป๋องหรือภาชนะบรรจุน้ำ จะลดการใช้น้ำได้มากถึง 300 ลิตร  ต่อการล้างหนึ่งครั้ง

84. ไม่ควรล้างรถบ่อยครั้งจนเกินไป เพราะนอกจากจะมีความสิ้นเปลืองน้ำแล้ว ยังทำให้เกิดสนิมที่ตัวถังได้ด้วย

85. ตรวจสอบท่อน้ำรั่วภายในบ้าน ด้วยการปิดก๊อกน้ำทุกตัวภายในบ้าน หลังจากทีทุกคนเข้านอน (หรือเวลาที่แน่ใจว่า ไม่มีใครใช้น้ำระยะหนึ่ง จดหมายเลขวัดน้ำไว้ ถ้าตอนเช้ามาตรเคลื่อนที่โดยที่ยังไม่มีใครเปิดน้ำใช้ ก็เรียกช่างมาตรวจซ่อมได้เลย)

86. ควรล้างพืชผักและผลไม้ในอ่างหรือภาชนะที่มีการกักเก็บน้ำไว้เพียงพอ เพราะการล้างด้วยน้ำที่ไหลจากก๊อกน้ำโดยตรง จะใช้น้ำมากกว่า การล้างด้วยน้ำที่บรรจุไว้ในภาชนะถึงร้อยละ 50

87. ตรวจสอบชักโครกว่ามีจุดรั่วซึมหรือไม่ ให้ลองหยดสีผสมอาหารลงในถังพักน้ำ แล้วสังเกตดูที่คอห่าน หากมีน้ำสีลงมาโดยที่ไม่ได้กดชักโครก ให้รีบจัดการซ่อมได้เลย

88. ไม่ใช้ชักโครกเป็นที่ทิ้งเศษอาหาร กระดาษ สารเคมีทุกชนิดเพราะจะทำให้สูญเสียน้ำจากการชักโครก เพื่อไล่สิ่งของลงท่อ

89. ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ชักโครกประหยัดน้ำ ฝักบัวประหยัดน้ำ ก๊อกประหยัดน้ำ หัวฉีดประหยัดน้ำ เป็นต้น

90. ติด Areator หรือ อุปกรณ์เติมอากาศที่หัวก๊อก เพื่อช่วยเพิ่มอากาศให้แก่น้ำที่ไหลออกจากหัวก๊อก ลดปริมาณการไหลของน้ำ ช่วยประหยัดน้ำ

91. ไม่ควรรดน้ำต้นไม้ตอนแดดจัด เพราะน้ำจะระเหยหมดไปเปล่าๆ ให้รดตอนเช้าที่อากาศยังเย็นอยู่ การระเหยจะต่ำกว่าช่วยให้ประหยัดน้ำ

92. อย่าทิ้งน้ำดื่มที่เหลือในแก้วโดยไม่เกิดประโยชน์อันใด ใช้รดน้ำต้นไม้ ใช้ชำระพื้นผิว ใช้ชำระความสะอาดสิ่งต่างๆ ได้อีกมาก

93. ควรใช้เหยือกน้ำกับแก้วเปล่าในการบริการน้ำดื่ม และให้ผู้ที่ต้องการดื่มรินน้ำดื่มเอง และควรดื่มให้หมดทุกครั้ง

94. ล้างจานในภาชนะที่ขังน้ำไว้ จะประหยัดน้ำได้มากกว่าการล้างจานด้วยวิธีที่ปล่อยให้น้ำไหลจากก๊อกน้ำตลอดเวลา

95. ติดตั้งระบบน้ำให้สามารถใช้ประโยชน์จากการเก็บและจ่ายน้ำตามแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้พลังงานไปสูบและจ่ายน้ำภายในอาคาร

วิธีประหยัดพลังงานอื่นๆ

96. อย่าใช้กระดาษหน้าเดียวทิ้ง ให้ใช้กระดาษอย่างคุ้มค่าใช้ทั้งสองหน้า ให้นึกเสมอว่า กระดาษแต่ละแผ่นย่อมหมายถึงต้นไม้หนึ่งต้นที่ต้องเสียไป

97. ในสำนักงานให้ใช้การส่งเอกสารต่อๆ กันแทนการสำเนาเอกสารหลายๆ ชุด เพื่อประหยัดกระดาษ ประหยัดพลังงาน

98. ลดการสูญเสียกระดาษเพิ่มมากขึ้น ด้วยการหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษปะหน้าโทรสาร ชนิดเต็มแผ่น และหันมาใช้กระดาษขนาดเล็ก ที่สามารถตัดพับบนโทรสารได้ง่าย

99. ใช้การส่งผ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยโมเด็มหรือแผ่นดิสก์ แทนการส่งข่าวสารข้อมูลโดยเอกสารช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ลดการใช้พลังงานได้มาก

100. หลีกเลี่ยงการใช้จานกระดาษ แก้วน้ำกระดาษ เวลาจัดงานสังสรรค์ต่างๆ เพราะสิ้นเปลืองพลังงานในการผลิต

101. รู้จักแยกแยะประเภทขยะ เพื่อช่วยลดขั้นตอนและลดพลังงานในการทำลายขยะ และทำให้ขยะทั้งหลายง่ายต่อการกำจัด

102. หนังสือพิมพ์อ่านเสร็จแล้วอย่าทิ้ง ให้เก็บไว้ขาย หรือพับถุงเก็บไว้ทำอะไรอย่างอื่น ใช้ซ้ำทุกครั้งถ้าทำได้ช่วยลดการใช้พลังงานในการผลิต

103. ขึ้นลงชั้นเดียวหรือสองชั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ลิฟท์ จำไว้เสมอว่าการกดลิฟท์แต่ละครั้ง สูญเสียพลังงานถึง 7 บาท

104. งด เลิก บริโภคผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้งเลย เพราะเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานในการผลิต ใช้ทรัพยากรธรรมชาติสิ้นเปลืองเพิ่มปริมาณขยะ เปลืองพลังงานในการกำจัดขยะ

105. ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ ที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ยากต่อการทำลาย เช่น โฟม หรือพลาสติก ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reuse) หรือนำไปผ่านกระบวนการผลิตมาใช้ใหม่ได้ (Recycle)

106. สนับสนุนสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ เป็นวัสดุที่สามารถนำมาผ่านกระบวนการนำมาใช้ใหม่ (Recycle) เช่น แก้ว กระดาษ โลหะ พลาสติกบางประเภท โดยจัดให้มีการแยกขยะในครัวเรือนและในสำนักงาน

107. ให้ความร่วมมือ สนับสนุน หรือเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ที่รณรงค์ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์พลังงาน

108. กระตุ้นเตือนให้ผู้อื่นช่วยกันประหยัดพลังงาน โดยการติดสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายให้ช่วยประหยัดไฟตรงบริเวณใกล้สวิทช์ไฟ เพื่อเตือนให้ปิดเมื่อเลิกใช้แล้ว

สรุป

            วันนี้คนไทยทุกๆ คน สามารถช่วยชาติได้ด้วยการประหยัดพลังงาน ซึ่งนอกจาก108 วิธีประหยัดพลังงานนี้แล้ว ยังมีวิธีอื่นๆ อีกมากมายหลายวิธี ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่ประเทศต้องเสียไปอย่างมากมายมหาศาลในแต่ละปี อย่างไรก็ดี 108 วิธีประหยัดพลังงานนี้ อาจเป็นจุดเริ่มต้นให้คนไทยรู้จักคุณค่าของพลังงาน รู้จักวิธีใช้พลังงานอย่างระมัดระวัง ไม่ให้รั่วไหลสูญเปล่าอีกต่อไป ด้วยวิธีปฏิบัติอย่างง่ายทำได้ทันที และที่ดีที่สุดก็คือการปฏิเสธให้เคยชินเป็นนิสัย เป็นกิจวัตรสืบไป เพื่อชาติของเรา จะไม่ต้องพบกับคำว่าวิกฤติเศรษฐกิจหรือวิกฤติพลังงานอีกต่อไป




เกร็ดความรู้สำหรับประชาชน

"หอมแดง" เพิ่มภูมิต้านหวัด
6 อันดับอาหารเช้าจานโปรด เมนูไหนเปี่ยมประโยชน์มากที่สุด
เคล็ดลับหลีกเลี่ยงอาการหวัดง่ายๆ ที่เรายังไม่รู้
จริงหรือมีดทำครัว "ตัวแพร่ไวรัส"
เพิ่มเวลานอนช่วยลดความเจ็บปวดได้
เที่ยวป่ากางเต็นท์ ระวังรับ 'โรค' เป็นของแถม
PM2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ กับวิกฤตสุขภาพที่คนไทยจะต้องแลก article
ถั่งเช่าคืออะไร ประโยชน์ วิธีใช้ และผลข้างเคียง
การป้องกันและลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2559
การป้องกันและลดปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่2559
โรคติดเชื้อไวรัสซิกา (Zika) คืออะไร ป้องกันอย่างไร



องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบ่อ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี 035-440742